หากจะเอ่ยชื่อสก็อต สมิธ(Scott Smith)ออกไป หนอนหนังสือบางท่านอาจจะงงและไม่รู้จักว่าอีตานี่มันเป็นใครกันหน๊อ ก็ไม่แปลกหรอกครับที่จะเป็นอย่างนั้นเพราะน้าสมิธแกไม่ใช่นักเขียนนวนิยายโดยอาชีพ เรียกว่าเป็นงานอดิเรกจึงถูกต้อง ส่วนงานหลักที่แท้จริงนั้น น้าสมิธแกเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ครับ(ก็ไม่ได้ต่างจากนักเขียนเท่าไหร่นิ -___-")

ตามประวัติที่ผมไปค้นดูในวิกีพีเดีย น้าสมิธมีผลงานที่เป็นในรูปแบบนิยายออกมาแล้วสองเล่ม คือ Simple Plan(ชื่อเดียวกับวงป็อปพั๊งก์ขาโจ๋ อิอิ)ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1993 และ เล่มที่ผมกำลังจะรีวิวต่อไปนี้ก็คือ The Ruin ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2006 ทิ้งระยะห่างจากเล่มแรกสิบสามปี โอว้

มาว่ากันที่ The Ruin(เพราะ Simple Plan ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่ว่าเคยดูเวอร์ชั่นหนังตอนเด็กๆซึ่งก็จำอะไรไม่ค่อยได้แย้ววว) เป็นนิยายสยองขวัญที่สตีเฟ่น คิงยกนิ้วชมว่า แหม่ มันเขียนได้ดีจริงๆวุ้ย!และยังยกย่องให้เป็นเรื่องสยองขวัญที่กระตุกความสะพรึงมากที่สุดในรอบหลายปีอีกด้วย

ฉากเริ่มต้นเปิดตัวที่ชายฝั่งในเมืองแคนคูนของประเทศเม็กซิโก กับกลุ่มเพื่อนสี่คนที่ประกอบไปด้วย

เจฟฟ์ - นักศึกษาแพทย์ผู้หล่อเหลา
เอมี่ - หญิงสาวสวยใสผู้มีน้ำเสียงใสกิ๊ง เป็นแฟนของเจฟฟ์
อีริค - ว่าที่คุณครูหนุ่มขี้เล่น
สเตซี่ - ว่าที่นักสังคมสงเคราะห์ผู้เซ็กซี่ เป็นแฟนของอีริค

ทั้งสี่คนอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ กำลังคึกคะนองอย่างที่สุด มาเที่ยวพักผ่อนที่เม็กซิโกเพราะอยากเที่ยวทิ้งทวนก่อนที่จะต้องแยกย้ายและเติบโตไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคู่ ที่แคนคูน ทั้งสี่ได้พบกับวัยรุ่นชาวเยอรมันที่ชื่อว่ามัสธีอัส

มัสธีอัสเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆเช่นเดียวกัน มาจากมิวนิคพร้อมน้องชายที่ชื่อเฮนริช แต่ระหว่างที่เที่ยวอยู่ในแคนคูน เฮนริชเกิดไปปิ๊งกับนักโบราณคดีสาวสวยเข้า ถึงขั้นอยากจะตามไปช่วยขุดซากโบราณสถานต่อในป่า แต่มัสธีอัสไม่ยอม พี่น้องเลยทะเลาะกัน สุดท้ายเฮนริชก็หนีไป โดยทิ้งแผนที่ไว้ให้ว่าซากโบราณสถานที่ตนเองจะไปนั้นอยู่ที่ไหน

แล้วเฮนริชก็หายตัวไปเลย มัสธีอัสนึกเป็นห่วงน้องรัก เอาแผนที่มากางให้เจฟฟ์ดู มัสธีอัสบอกว่าจะเข้าป่าไปตามหาน้องชาย เจฟฟ์ได้ยินดังนั้นก็บอกว่า งั้นพวกกรูไปด้วย จะได้เดินเที่ยวป่าไปในตัว ไปเช้าเย็นกลับอะไรประมานนั้น(ป่าลึกนะเฟ้ย ไม่ใช่เขาใหญ่!) มัสธีอัสก็ไม่ว่าอะไร แล้วทุกคนก็ออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น

(ทุกคนในที่นี้ก็คือเจฟฟ์ เอมี่ อีริค สเตซี่ มัสธีอัสและวัยรุ่นกรีกอีกคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักคำชื่อว่าพาโบล - ไอ้ตัวหลังไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอก แต่อยากไปด้วย พูดง่ายๆว่า เจือก! 555+)

ทั้งหมดเดินทางเข้าป่าตามแผนที่ มันคือป่าในเมืองโคบา ก่อนจะเข้าป่า คนขับรถเขาก็อุตส่าห์เตือนแล้วว่าอย่าเข้าไปเลย มันอันตราย แต่ไม่มีใครฟัง ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ครับ วัยรุ่นอย่างพวกเรา ยิ่งห้าม ก็เหมือนยิ่งยุชัดๆ คิคิ

สุดท้ายทั้งหกคนก็ต้องพบกับความสยองขวัญจากป่าลึก ก่อนจะขึ้นเขาชาวบ้านในป่า(เป็นชาวมายัน)ก็ยังห้ามแล้วห้ามอีกว่าอย่าขึ้นไปนะ แต่ไม่มีใครเข้าใจภาษามายัน ดันทุรังขึ้นไปจนได้โดยไม่รู้เลยว่า ความตายกำลังแสยะยิ้มรออยู่บนเขาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง!

การเดินเรื่องก็ถือว่าไม่ยืดเยื้อดีครับ ตัวละครเอกทั้งสี่คน(เจฟฟ์ เอมี่ อีริค สเตซี่ )ผลัดกันเป็นผู้เล่าเรื่องในมุมมองของตัวเอง มีปูมหลังปมชีวิตของแต่ละคนแทรกเข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้คนอ่านอย่างเราเข้าใจความรู้สึก และพยายามเอาใจช่วยให้พวกเขาผ่านสถานการณ์ตรงหน้าไปให้ได้

ด้านความตื่นเต้นและระทึกใจก็มีตั้งแต่ต้นจนจบ อาจจะไม่มีจุดหักมุม แต่ก็มีจุดที่แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของมนุษย์เวลาที่อยู่ในภาวะอันตรายและเงินในกระเป๋าไม่มีประโยชน์ ทุกคนต่างก็เอาตัวรอดและไม่มีใครอยากเป็นคนผิดทั้งนั้น

เรื่องนี้ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยในปี 2008 ถ้าจำไม่ผิด ชื่อหนังในภาษาไทยคือ "แดนร้างกระชากวิญญาณ" หาดูฟรีได้ตามเว็บดูหนังทั่วไป แต่ในความคิดผม ฉบับภาพยนตร์ยังไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์กดดันตามที่หนังสือสร้างได้สักเท่าไหร่ สรุปว่า สำหรับผมแล้ว ฉบับหนังสือสนุกกว่าหลายเท่าครับ

ต่อไปนี้ จะสปอยล่ะน้าาาาาาาาา

- ภูเขาที่เจฟฟ์และพรรคพวกขึ้นไปเป็นภูเขาต้องห้ามสำหรับชาวมายัน ที่ไม่ว่าใครขึ้นไปแล้ว ก็ห้ามกลับลงมาเด็ดขาด

- ชาวเผ่ามายันตั้งแคมป์ที่ตีนเขา พร้อมปืนและหน้าไม้ รักษาการไม่ให้ทั้งหกคนหลบหนีลงมาได้

- บนภูเขาเต็มไปด้วยต้นไม้มฤตยู กินคนเป็นอาหาร มีชีวิต มีความคิด มียางพิษ สามารถเลียนเสียงคน เสียงโทรศัพท์มือถือ เสียงนกร้อง และยังสามารถปล่อยกลิ่นอาหารต่างๆออกมายั่วเวลาที่เหยื่อหิวได้อีกด้วย

- เจฟฟ์ เอมี่ อีริค สเตซี่ มัสธีอัส และพาโบลมีชีวิตอยู่บนนั้นได้แค่สามวันสองคืน

- ไม่มีใครสามารถรอดกลับลงมาได้ ทุกคนตายหมด

- เอมี่ตายเพราะทะเลาะกับเจฟฟ์ ไปนั่งหลบมุมคนเดียว ถูกต้นไม้แดร๊กตามระเบียบ

- เจฟฟ์โดนลูกศรของชาวบ้านเจาะคอขณะพยายามหนีลงจากเขา

- พาโบลตายเพราะหลังหักและถูกเจฟฟ์ตัดขาเพื่อรักษาชีวิต ก่อนจะถูกต้นไม้ลากไปแดร๊กอีกคน

- มัสธีอัสตายเพราะโดนอีริคแทงขณะพยายามเข้าไปแย่งมีดจากอีริคที่กำลังถลกหนังตัวเอง

- อีริคถลกหนังตัวเองเกือบสำเร็จ ก่อนจะขอร้องให้สเตซี่ฆ่าเขาซะ

- สเตซี่ฆ่าอีริคเสร็จ ก็เดินลงมาฆ่าตัวตายที่ตีนเขา
 
ปล.หนังสือเรื่องนี้ไม่เหมาะกับการอ่านก่อนนอนเพราะมีฉากโหดๆ เลือดสาด ถลกหนัง ตัดขา มีดแหวะเนื้อ ปรากฏเป็นระยะ สำหรับคอนิยายสยองขวัญพันธุ์โหดคงเป็นที่ถูกใจไม่น้อย แต่สำหรับนักอ่านขวัญอ่อน อาจมีหลอนครับ เหอๆ


Comment

Comment:

Tweet

พาโบลตายคนแรกเพราะโดนยิง( ความโง่เง่าของเอมี่ ) ยังไม่ได้ขึ้นเขาเลย
  มัสธีอัสตกลงไปในหลุดลึกก็เลยกระดูหักแล้วต้นไม้ก็เอาไปกิน
 อีริคโดนสเตซีเอามีดแทงเพราะตอนนั้นเธอกำลังคลั่ง
 สเตซีโดนเจฟแทงเพราะเธออยากตายเองตามคนรักไป
 เจฟช่วยเป็นตัวล่อให้กับเอมี่โดยเอมีแกล้งตายเจฟก็เลยโดนยิงแล้วก็ให้เอมีหนีออกมาได้สำเร็จ
สรุป---รอดแค่คนเดียวคือ เอมี่

#2 By guest2 (103.7.57.18|1.1.224.154) on 2013-04-16 12:20

นี่มันหนังหรือยังไงทำไมมันผิดไปหมด?

#1 By guest (103.7.57.18|1.1.224.154) on 2013-04-16 12:11