ได้ฤกษเปิดบล็อกทั้งที  เลยขอเปิดหัวด้วยการเอาเรื่องสั้นแนวสยองขวัญ-แฟนตาซีที่เพิ่งมีโอกาสได้อ่านไปไม่นานนี้มารีวิวสักสองเรื่อง และทั้งสองเรื่องก็มาจากนักเขียนแนวสยองขวัญขั้นเทพที่ทุกคนคงรู้จักกันดีคือ สตีเฟ่น คิง และ แดน ซิมมอนส์(ส่วนใครที่ไม่รู้จัก แนะนำให้เสิร์ชอากู๋โลด อิอิ)

ครับ มาเริ่มกันเลย ขออภัยที่อาจจะไม่มีรูปประกอบ อันด้วยเหตุผลอินเตอร์เน็ตเต่ามาก ไม่อำนวยต่อการโพสรูป

เรื่องแรก

Children Of Corn - Stephen King

เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่ถูกรวมอยู่ในหนังสือ Night Shift โด่งดังมากจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ถึงเจ็ดภาค(ยังกะบ้านผีปอบแน่ะ) ตัวผมเองมีโอกาสได้ดูแค่ภาคสามจากวีซีดีที่ไปขุดมาจากกองลดราคาในโลตัส ภาคนี้มีนาโอมิ วัตต์เป็นนางเอก คาดว่าคงถ่ายทำตั้งแต่ยุคเก้าศูนย์ต้นๆ เพราะหน้าของเจ๊วัตต์แกกิ๊งม๊ากกก! ส่วนภาคอื่นยังไม่เคยได้ผ่านตา แต่ผ่านหูมาแล้วว่าเป็นหนังผีเกรดบีสุดแสนธรรมด๊าธรรมดา ใครเคยดูก็ช่วงกระซิบบอกหน่อยนะครับว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า

หลังจากอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้จบ ผมก็พบว่ามันเป็นอีกเรื่องที่ค่อนข้างมีบรรยากาศแบบหลอนๆร้างๆ อ่านแล้วระแวงชะมัด ไม่กล้าเข้าใกล้ไร่ข้าวโพดยังไงชอบกล เงอะ

เรื่องเปิดฉากขึ้นบนรถเก๋งของผัวเมียคู่หนึ่งผู้มีนามว่าเบิร์ตและวิคกี้ซึ่งกำลังเหม็นขี้หน้ากันและกันเป็นอย่างมาก ระหว่างขับรถเข้าสู่เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในรัฐเนบราสก้า ทั้งคู่ก็พบว่าสองข้างทางมีแต่ไร่ข้าวโพด บรรยากาศเงียบสงัด แต่ไม่วายที่ทั้งคู่จะจิกกัดกันตลอดเวลา

อีตาผัวมัวแต่หันไปเถียงกับเมีย สองตาไม่ได้มองถนนเลยสักนิด ด้วยเหตุนั้น อีตาผัวเลยไม่ทันเห็นว่ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถออกมาจากไร้ข้าวโพดข้างทาง แล้วก็ โครม ชนเต็มๆ ร่างของเด็กคนนั้นกลิ้งกระเด็นเข้ามาใต้ท้องรถ กว่าที่อีตาเบิร์ตจะได้สติเหยียบเบรก ร่างของเด็กคนนั้นก็ถูกล้อรถเหยียบทับอีกสองปึก ไม่ตายก็ไม่ใช่คนล่ะนะ หึๆ

แต่เมื่อเบิร์ตกะวิคกี้ลงจากรถเพื่อมาก้มดูศพ ทั้งสองกลับพบว่าบนลำคอของเด็กชายผู้ตายปรากฏรอยมีดปาดเอาไว้ซะโชกเลือด แล้วเบิร์ตก็พบรอยเลือดหยดเป็นทางอยู่บริเวณไร่ข้าวโพดริมถนน นั่นหมายความว่า เด็กชายผู้นี้ถูกใครบางคนปาดคอในไร่ข้าวโพดและพยายามวิ่งหนีออกมา แล้วก็ถูกรถของสองผัวเมียชนต่ออีกหนึ่งทอด...

คนอะไร ตายโหดมาก โดนปาดคอแล้วยังมาโดนรถชนอีก เอิ๊ก นั่นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของความสยองที่ตามมา อ้อ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน บอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่เรื่องผีประเภทซอมบี้หรืออะไรแบบนั้น จะว่าไปเรื่องนี้ไม่มีผีเลยสักตัว แต่เดี๋ยวก่อน เรื่องสยองขวัญที่ไม่มีผีมันก็น่ากลัวได้นะ แถมสนุกด้วย

เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องที่สตีเฟ่น คิงใช้บรรยากาศของเมืองชนบทแปรสภาพให้กลายเป็นความน่ากลัว เล่นกับประเด็นของพระเจ้าและความเชื่อในการบูชายันต์เพื่อผลผลิตทางเกรษตกรรม(โอ๊ะ! เผลอสปอยไปซะแระ อิอิ) ฉากบางส่วนอ่านไปอ่านมาภาพของหมู่บ้านในเกม Silient Hill โผล่แวบเข้ามาในหัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จัดว่าเป็นเรื่องสั้นที่สนุกเรื่องหนึ่งในความคิดผม และมันทำให้ผมกลัวไร่ข้าวโพดไปแร้ววว์ Foot in mouth

Death Of The Centaur - Dan Simmons

ผลงานเรื่องสั้นไซไฟ - แฟนตาซี - ดราม่าจากนักเขียนแนวกระตุกขวัญสุดหลอนที่หลายๆคนบอกว่านิยายของแดน ซิมมอนส์น่ากลัวกว่านิยายของสตีเฟ่น คิงซะอีก แต่ลุงแดนกับลุงสตีฟแกเป็นเพื่อนกันนะครับ ลุงแดนเคยเขียนหนังสือเพื่อมอบให้แด่ลุงสตีฟตอนที่ประสบอุบัติเหตุโดนรถตู้ชนด้วย(เรื่องนั้นมีชื่อว่า Darwin's Blade นอนอยู่ในกองหนังสือของผมพักหนึ่งแล้ว ยังไม่มีเวลาหยิบมาอ่านสักที)

มาว่ากันที่เรื่องสั้นเรื่องนี้ Death Of The Centaur มันไม่ใช่เรื่องแนวสยองขวัญ แต่เป็นการนำนิทาน มาบวกกับนิยายไฟ-ไซ ผสานเข้ากับธีมของแฟนตาซี เขย่ารวมกันออกมาเป็นชีวิตดราม่าของครูโรงเรียนประฐมคนหนึ่ง!

เรื่องดำเนินควบคู่ไปสองโลก คือในโลกมนุษย์ที่เน้นถึงชีวิตของครูหนุ่มกับเด็กนักเรียนภายในห้อง กับโลกของนิทานที่ครูหนุ่มเป็นผู้เล่าให้เด็กนักเรียนฟัง ในโลกมนุษย์จะดำเนินไปในแนวดราม่า บอกถึงชีวิตของครูชั้นประฐม เด็กมีปัญหา พ่อแม่ตีกัน เด็กที่ถูกผู้ใหญ่ทารุณกรรม  Tongue out

ส่วนในโลกของนิทานจะเดินเรื่องแบบไซไฟ - แฟนตาซีเต็มสูบ มีตัวเอกคือเซนทอร์หนุ่มนามว่าราอูล แมวสาวจ้าวเสน่ห์นามว่าเกอร์นิซาเวียน และพ่อมดลิงด็อบบี้(ชื่อเดียวกับเจ้าเอลฟ์ผู้ซื่อสัตย์ของแฮร์รี่ย์เป๊ะ ฮ่ะๆ)ที่ออกเดินทางเพื่อตามหาประตูแห่งมิติที่จะพาพวกเขาหนีไปอยู่โลกอื่นให้พ้นเงื้อมมืออันอำมหิตของพ่อมดผู้ชั่วร้าย

ก็เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องที่อ่านได้เพลินๆเจริญอาหาร ยิ่งในตอนท้ายเรื่องสนุกมาก มีจุดขยี้ใจตรงที่ครูหนุ่มประสบปัญหาชีวิตบางอย่างต้องลาออกจากโรงเรียนอย่างกะทันหันก่อนโรงเรียนจะปิดเทอมไม่กี่วัน

แต่ที่สำคัญ เขายังเล่านิทานของเซนทอร์หนุ่มและผองเพื่อนไม่จบ แล้วไหนจะเด็กมีปัญหาที่เชื่อใจเขามากกว่าพ่อแม่ของตัวเองอีกล่ะ ครูหนุ่มจะสามารถตัดใจและจัดการกับปัญหาอย่างไร...มีน้ำตาซึมอย่างไม่น่าเชื่อครับ ขอบอก 555+

เรื่องในโลกของนิทานจะสนุกและโลดโผนตอนท้ายๆ อ่านแล้วเห็นภาพ ตัวละครทุกตัวทั้งเซนทอร์ราอูล แมวสาวเกอร์นิซีเวียน และพ่อมดลิงด็อบบี้เท่อย่าบอกใคร บู๊กันกระจาย อารมณ์ระเบิดภูเขากันเลยทีเดียว

สำหรับคนที่ชอบแนวแฟนตาซีคงจะถูกใจพาร์ทนิทานในเรื่องนี้แน่ๆ แต่ตอนจบผมไม่รับประกันนะครับว่ามันจะสวยงามแฮ็ปปี้ เอนดิ้งแบบนิยายแฟนตาซีทั่วไปหรือเปล่า คงต้องไปอ่านกันเองแล้วกันนะ หุหุหุ Kiss



edit @ 9 Oct 2011 11:56:11 by Thein Archaprach

Comment

Comment:

Tweet